ทวีป มู (MU)

posted on 04 May 2011 17:56 by rainpotter
ทวีป มู

จากที่ผมเคยตรวจสอบนะครับ

ทวีปมู นั้น สมัยโบราณนานมาแล้ว เคยอยู่ตรงกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก

แต่ก็ได้จมลงสู่ก้นทะเลเพียงแค่คืนเดียว

ผมไม่คิดว่า ทวีปมู จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วิกฤตการณ์ในอนาคต

เราๆ ทั้งหลาย ได้กังวลเกี่ยวกับอารยธรรมสมัยนี้ซึ่งอาจจะกำลังเสื่อมถอยลง

ทั้งอารยธรรมมู ทั้งอารยธรรมยุคปัจจุบันต่างมีจุดร่วมกันคือเป็นอารยธรรมขั้นสูง

แต่ "มู" ถูกลิขิตให้พินาศย่อยยับ โดยไม่คำนึงถึงการมีอารยธรรมขั้นสูงเลย

ทำให้เกิดความรู้สึกว่า อารยธรรมปัจจุบันซึ่งใกล้ถึงจุดวิกฤติเช่นกัน จะมีหนทางไปยังไง

พูดง่ายๆ ก็คือ มู ก็คืออาจารย์ของยุคเราในตอนนี้

ประวัติศาสตร์ที่ได้ยินมาคือ มู ได้จมลงสู่ก้นทะเล เพียงชั่วข้ามคืน จริงหรือเปล่า

จากที่ค้นคว้านั้น มันเกิดขึ้นตลอดเวลา เพียงแต่เป็นไปอย่างช้าๆ เท่านั้น

มีตัวอย่างให้เห็นชัดๆ คือ เกาะที่ประเทศญี่ปุ่น สมัยโบราณ เป็นแผ่นดินติดต่อกับทวีปใหญ่

แผ่นดินค่อยๆ จมลง เนื่องจากผิวน้ำสูงขึ้น ทำให้เกิดเป็นทะเลญี่ปุ่นและกลายเป็นเกาะอยู่ทุกวันนี้

แม้แต่แนวหินโสโครกในทะเลญี่ปุ่นที่ชื่อ เมียวจิน ซึ่งอยู่แถวๆ โอกาซาวาร่า ยังค่อยๆ จมลงเนื่องจากการเกิดของภูเขาไฟ

หรือเกาะ โทริชิม่า ที่โอกิ ถูกคลื่นซัดจนกร่อนและหายไป

เกาะเล็กๆ พวกนั้น ยังค่อยๆ จมลงสู่ทะเลทีละน้อยๆ ได้ สำหรับทวีปมู ซึ่งใหญ่ขนาดนั้น ก็คงจะค่อยๆ จมลงได้เช่นกัน

ตำนานของทวีป มู ที่เป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง โดย นาวิกโยธิน ยศพันเอก ชาวอังกฤษชื่อ เจมส์ เชอร์จเวิร์ด

ตอนที่คนผู้นี้ได้ไปที่อินเดียในปี 1860 หรือ 1868 ผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน เพราะศึกษาเมื่อนานมาแล้ว

ได้เริ่มมีการอ่านศิลาจารึกโบราณที่ซ่อนอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง

เชอร์จเวิร์ดกล่าวว่า ทวีปมูมีตำแหน่งที่แนวทิศตะวันออก ถึงตะวันตกจากเกาะอีสเตอร์จรดหมู่เกาะมาเรียน

ประมาณ 8,000 กิโลเมตร ทิศเหนือถึงใต้จากหมู่เกาะฮาวาย จรดเกาะทงกากีฟ ประมาณ 5,000 กิโลเมตร
 
เชอร์จเวิร์ดกล่าวว่า ทวีปมูมีตำแหน่งที่แนวทิศตะวันออก ถึงตะวันตกจากเกาะอีสเตอร์จรดหมู่เกาะมาเรียน

ประมาณ 8,000 กิโลเมตร ทิศเหนือถึงใต้จากหมู่เกาะฮาวาย จรดเกาะทงกากีฟ ประมาณ 5,000 กิโลเมตร

ใช่ครับ ใหญ่มาก ใหญ่เกินจินตนาการเลย

มีอารยธรรมขั้นสูง เทคโนโลยี่การเดินเรือเพื่อข้ามสู่ทวีปอื่นเป็นเยี่ยม

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์พัฒนาก้าวหน้า สามารถผลิตโลหะชนิดพิเศษได้

และผู้ที่ปกครองมหาอำนาจจักรวรรดิ์นั้นก็คือ จอมกษัตริย์ ลามู ครับ

ว่ากันว่า เขานำประเทศสู่สันติภาพ

จะยังก็ก็ตาม การที่มนุษย์สามารถสร้างอารยธรรมขั้นสูงได้ในระยะหลายพันปีนั้น เป็นเพราะการมีอารยธรรม มู เป็นแม่แบบนั่นเอง

ใช่ครับ เชอร์จเวิร์ดบอกอย่างนี้ก็จริง ย่อมมีความคิดเห็นค้านกันว่า ไม่เห็นมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ในอดีตเคยมี มู มาก่อน

แต่หลักฐานน่ะ มีครับ

อย่างแรกเลย เกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกมีร่องรอยอารยธรรม Megalithic อยู่ ลองค้นกูเกิ้ลดูได้ครับว่าหมายถึงอะไร

มีโบราณสถานขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่ตามเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ที่เกาะ โบทาเป หนึ่งในจำนวนนั้น มีโบราณสถานเมืองหลวงเก่าที่ชื่อว่า นันมาทัล มีหินทับถมเป็นจำนวนมาก

แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือ ไม่รู้่ว่าทำไม นันมาทัล จึงจมอยู่ใต้ทะเล

ใช่ครับ เมืองใต้ทะเล สิ่งที่อยู่บนแผ่นดินอย่างเมืองนันมาทัล กลับจมอยู่ใต้ท้องทะเล

ที่เกาะอีสเตอร์ ก็ปรากฎว่าพบรูปปั้นขนาดใหญ่ครับ

โมอาย ถูกต้องครับ

เคยสงสัยไหมครับว่า เกาะเล็กๆ โดดเดี่ยวที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเกาะอีสเตอร์ ทำไมถึงมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่ถึงประมาณ 1,000 ชิ้น

ทำไมครับ

จากต้นกำเนิดของรูปปั้นนั้น ได้แผ่ขยายไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก

เพราะเหตุใดโบราณสถานและวัตถุปริศนาซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกัน จึงถูกค้นพบในอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนั้น

คำตอบอย่างเดียวที่เป็นไปได้คือ อารยธรรมขั้นสูงที่พบนั้น เคยมีจริงบนพื้นทวีปที่ซึ่งเมื่อสมัยก่อน เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

เคยติดต่อกัน เป็นแผ่นดินเดียวกัน

ตรงกับข้อคิดเห็นของ Rep บนๆ ไหมครับ

เหตุผลอีกอย่างคือ

มหันตอุทกภัย หรือ น้ำท่วมใหญ่ นั่นแหละครับ

บรรดาเกาะต่างๆ ที่อยู่กลางมหาสมุทรเช่น เกาะตาฮิติ หมู่เกาะฮาวาย เกาะซามัว ต่างมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับน้ำท่วมใหญ่

ถึงขนาดแผ่นดินจมสู่ทะเล

และที่น่าสังเกตุคือ ตำนานเหล่านั้นมีส่วนคล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่น สาเหตุที่เกิดน้ำท่วม ไม่ใช่เพราะฝนตกหนัก แต่เป็นผลมาจาก ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าเคยมีทวีป มู ในอดีต

น่าจะประมาณปี 1945 หรือ 1942 นี่แหละครับ ประมาณนี้ จำไม่ค่อยได้แล้ว นานมาก

เรืออเมริกาชื่อ เคฟจอห์นสัน ได้พบภูเขาทะเลเป็นแนวกว้างบริเวณแถบทะเลแปซิฟิกทางทิศตะวันตก

เกี่ยวอะไรด้วยใช่ไหมครับ

จากการตรวจสอบด้วยคลื่นเสียงนั้น พบว่า บริเวณยอดเขานั้นจะเป็นที่ราบ

มีลักษณะคล้ายพื้นทวีปจมลงสู่ทะเล

และจากการตรวจสอบทางด้านโบราณคดีทางวิทยาศาสตร์ ก็เชื่อว่า ทวีป มู มีจริงมาก่อน

แต่ก็นั่นแหละครับ ข้อกังขาเรื่อง ทวีปใหญ่ขนาดนั้น ทำไมถึงพินาศได้ในแค่คืนเดียว

เดี๋ยวผมจะมาอธิบายทฤษฎีอีกทีครับ
 
-------------------------------------------------------------
 
ข้อกังขาเรื่อง ทวีปใหญ่ขนาดนั้น ทำไมถึงพินาศได้ในแค่คืนเดียว

มีหลายอย่างเป็นองค์ประกอบครับ

ผมหารูปแผนที่ไม่เจอ

เป็นแผนที่แสดงตำแหน่งภูเขาไฟบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก รวมเรียกว่า "แนวสันภูเขาไฟแปซิฟิก"

เห็นแล้วก็เอะใจได้อย่างนึง

เพราะว่ามีภูเขาไฟกระจายรอบเป็นวงโค้งในบริเวณที่คิดว่าน่าจะเป็นทวีป มู

เมื่อเห็นจำนวนภูเขาไฟกระจายไปรอบๆ แบบนั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าจะมีภูเขาไฟจำนวนหนึ่งกระจายอยู่ใจกลางทวีปมู

เชอร์จเิวิร์ดบอกว่า ภูเขาไฟเหล่านี้ ทำให้เกิดสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวบนแผ่นดินมู

มันคือ ห้องก๊าซครับ

ห้องก๊าซ หรือ Gas Chamber

ใต้ทวีปมูแบ่งเป็นหลายระดับ ว่ากันว่ามีถ้ำซึ่งอัดแน่นไปด้วยก๊าซอยู่มากมาย

ชาวเมืองมู คงใช้ชีวิตไปตามปกติ พวกเขามีชีวิตหรูหราสะดวกสบาย พอๆ กับอารยธรรมของพวกเราในปัจจุบัน

คงเป็นวันใดวันหนึ่ง ที่โศกนาฎกรรมได้มาเยือนอารยธรรมนั้น

ภูเขาไฟบนทวีปมูเกิดระเบิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลาวาทำให้ก๊าซที่อัดแน่นอยู่เต็มถ้ำได้เกิดระเบิดขึ้น

เป็นเพราะว่า ห้องก๊าซใต้ดินนั้น สามารถทะลุติดต่อถึงกันได้ ทำให้เกิดก๊าซระเบิดอย่างต่อเนื่องและรุนแรง

พื้นดินที่อยู่เหนือห้องก๊าซพังทลายลง ทำให้น้ำทะเลไหลเข้าไปแทนที่จนกระทั่งจมอยู่ใต้น้ำ

น้ำเริ่มท่วมแผ่ขยายอาณาบริเวณกว้างใหญ่ขึ้นเป็นลูกโซ่ จนกระทั่งทวีปมูนั้นจมลงสู่ใต้ท้องทะเลทั้งหมด

นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลคร่าวๆ ที่ทวีปมูสูญหายไป

แต่ว่า แม้ผมจะไม่ค่อยทราบข้อมูลทางธรณีวิทยามากนัก เพราะเหล่าผู้รู้ ไม่ค่อยมีเวลาให้ เค้าติดสอนตลอด

ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสไปเพียงแค่ นานๆ ครั้ง

ผมสงสัยคัดค้านกับเชอร์จเวิร์ดหลายเรื่อง

เรื่องแรก ทวีปมู พินาศเพราะการระเบิดของก๊าซจริงเหรอ

ผมยังไม่ปักใจเชื่อนัก ว่าสมมุติฐานของเชอร์จเวิร์ด ที่ว่ามีห้องก๊าซนั้น จะเกิดขึ้นจริง

ถ้าหากมีห้องก๊าซอยู่ใต้ดินจริงล่ะก็ แค่สะเกิดไฟเล็กน้อย ก็คงทำให้ระเบิดได้

และถ้าเกิดภูเขาไฟระเบิดแค่เพียงครั้งเดียว ทวีปก็คงจะตกอยู่ในสถานะอันตรายทันที

บนทวีปที่อันตรายพร้อมจะพินาศได้ตลอดเวลา จะมีอารยธรรมขั้นสูงที่สืบทอดกันมาหลายหมื่นปีอย่าง มู ได้จริงหรือ

คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีภูเขาไฟระเบิดเพียงแค่หนเดียว

แล้วอะไร ที่ทำให้ทวีปมู ล่มสลาย

อย่างที่บอกตอนต้นว่า มู เป็นทวีปที่มีอารยธรรมขั้นสูง เจริญรุ่งเรือง

ผมคิดว่า ตัวอารยธรรมขั้นสูงนั่นแหละครับ ที่ทำลายทวีปให้ล่มสลายลง

อารยธรรมปัจจุบัน กำลังนำไปสู่วิกฤตการณ์ด้วยเหตุผลที่เหมือนกัน

เมื่อเชื่อว่า เหตุผลในการสูญสลายของ มู ยังมีอีก

ผมก็ได้ลองค้น และตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกหลายครั้ง

สรุปได้คร่าวๆ ว่า สิ่งที่ทำให้ทวีปมูจมทะเล ก็เพราะการระเบิดของภูเขาไฟ

สาเหตุของการจมลงก็คือห้องก๊าซ คิดว่าการระเบิดของภูเขาไฟน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ

เพราะฉะนั้นก็เลยตรวจสอบเกี่ยวกับการระเบิดของภูเขาไฟ คิดว่าน่าจะทำให้เห็นความจริงของการจมสู่ทะเลกับธรรมชาติได้

บนหมู่เกาะฮาวายซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของทวีป มู ในอดีต มีภูเขาไฟที่ชื่อว่า ภูเขาไฟ กิราแวร์ ครับ

ก่อนที่ภูเขาไฟกิราแวร์จะระเบิด ได้เกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งหลายหน หากรวมทั้งที่ไหวแรง และไม่แรงจะได้หลายร้อยครั้งทีเดียว

นั่นคือสัญญาณเตือนว่า จะเกิดภูเขาไฟระเบิด

จากบันทึก ทำให้ทราบว่า ทั้งสุนัขและแมวต่างมีปฏิกิริยาประหลาดๆ

มีอาการกระสับกระส่าย อยู่นิ่งไม่ได้

ซึ่งมันก็ตรงกับที่ศึกษามาว่า สัตว์จะมีสัญชาตญาณในการหยั่งรู้เรื่องภัยพิบัติตามธรรมชาติ

อีกอย่างหนึ่งก็คือบันทึกของ เจรี่ ฮอบกินส์

เธอบอกไว้ว่า ก่อนหน้านั้น น้ำบาดาลให้แห้งไป ไม่ได้เป็นเฉพาะบ้านของเธอ แต่เพื่อนบ้านก็เป็นเหมือนกัน

และเธอก็อยู่ที่ฮาวาย ก่อนหน้าที่ภูเขาไฟจะระเบิด

ทำให้ทราบสาเหตุอีกอย่างหนึ่งของการล่มสลายของทวีป มู

นั่นก็คือ น้ำ ครับ

น้ำมีบทบาทสำคัญต่อการล่มสลายของทวีปมู

สาเหตุของการล่มสลายของทวีปมู ที่เชอร์จเวิร์ดกล่าวไว้ครั้งแรกนั้น มีอยู่ว่า

ทวีปมู ตั้งอยู่บนถ้ำซึ่งอัดแน่นไปด้วยก๊าซ และกีาซชั้นใต้ดินเกิดระเบิดขึ้น เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้แผ่นดินจมลงสู่ท้องทะเล

แต่ผมก็มีข้อสงสัยว่าทวีปที่ไม่เป็นธรรมชาติเช่นนั้นมีจริงหรือเปล่า และจักรวรรดิ์มู สามารถดำรงอยู่ได้หลายหมื่นปีจริงหรือ

ผมเลยตั้งสมมุติฐานข้อหนึ่ง

สมมุติว่า สิ่งที่อยู่ใต้ทวีปมู ไม่ใช่ก๊าซ

แล้วมันเป็นอะไร

รวมกับหลักฐานด้านบนที่เขียนไว้

มันคือน้ำครับ น้ำใต้ดินปริมาณมหาศาล

แต่ที่ไหนๆ ก็มีน้ำใต้ดิน แล้วมันเกี่ยวข้องยังไง

ก็เลยได้ทำการทดลองอย่างหนึ่งขึ้นมา ซึ่งผมบอกไม่ได้ครับ

แต่เกี่ยวกับเรื่องแรงดัน

สมัยโบราณนานมาแล้ว ทวีปมู มีภูเขาไฟขนาดใหญ่

ภูเขาไฟนั่น อาจเปรียบเป็นสายตาของเทพเจ้าและรอบๆ ภูเขาไฟนั้น ก็เป็นเขตเมืองใหญ่

ในเวลาปกติ ภูเขาไฟนั่น ช่วยรักษาแรงดันของลาวาเอาไว้

และจะด้วยเหตุอันใดไม่ทราบนั้น ภูเขาไฟขนาดใหญ่นั่น เกิดการระเบิดขึ้น

และการระเบิดอย่างรุนแรง รวดเร็ว ดังนั้นทำให้ลาวาถูกขับไปยังที่ใดสักแห่งอย่างกระทันหัน

แน่นอนครับ แรงดันเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อเป็นเช่นนั้น น้ำใต้ดินที่อยู่เหนือลาวา จะถูกลาวาดูดเนื่องจากแรงดันเปลี่ยน

และน้ำใต้ดินผสมกับลาวากลายเป็นไอน้ำร้อนทันทีและพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

มีการระเบิดแบบที่ผมยกตัวอย่างนี้จริงๆ ที่เนินฟุแกน ประเทศญี่ปุ่น สามารถเป็นตัวอย่างได้อย่างดี

เส้นทางของน้ำใต้ดินที่มู อาจจะเชื่อมโยงถึงกัน และกินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล

น้ำจากแหล่งใกล้เคียง จะไปลไปยังแหล่งน้ำใต้ดินที่แห้งขอด เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่

ในที่สุด เส้นทางน้ำใต้ดินจะแห้ง ทำให้พื้นดินจะยุบจมลง

มู จึงจมอยู่ใต้ทะเล

และทั้งหมดนี้ คือทฤษฎีของผม ที่อธิบายถึงสาเหตุความเป็นจริง ของการล่มสลายของทวีป มู ครับ

ยินดีที่ได้เปิดเผยครับ

rainpotter

Comment

Comment:

Tweet

ได้ความรุ้รอบตัวดีค่ะ ขอบคุน^^

#3 By สนุกดีค่ะ (180.183.68.78) on 2011-08-31 11:47

ขอบคุณครับ

#2 By rains-coming on 2011-05-07 16:10

เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจครับ

#1 By Critical#Zeed on 2011-05-04 18:16