เมื่อวานเย็นนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ความคิดสารพัดมันก็พรั่งพรูออกมา

หลังจากคิดย้อนไปถึง สะดึง แผ่นเฟรม โครเชต์

ช่วงเวลาประมาณนั้น ๆ ก็เป็นช่วงที่เรียนอยู่ วัยเรียนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยกับเรื่องความรักในวัยเรียน


สมัยนั้นมีอะไร เพจ... แต่เพจไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาเท่าไหร่ นอกจากหยอดเหรียญ กดเบอร์ บอกเบอร์ปลายทาง แล้วก็เอ่ยคำหวาน ๆ ให้โอเปอเรเตอร์ส่งให้ อายแสรด

ผมว่าโอเปอเรเตอร์แม่งได้แฟนเยอะแน่ ๆ เพราะสารพัดมุขจีบสาวจีบหนุ่มเยอะมาก ได้ยินทุกวัน วันละหลาย ๆ ข้อความ


ก่อนหน้าที่จะมีเพจ ก็ต้องเป็นจดหมาย เชย ๆ หน่อยก็กระดาษสมุดหน้ากลาง ฉีกมายังมีรอยแม็กกลางหน้ากระดาษด้วย

มีฐานะหน่อยก็กระดาษรูปการ์ตูนสีสด ๆ หวาน ๆ บวกกับซองสีน่ารัก ๆ ดูคิกขุอาโนเนะ


อัพเลเวลขึ้นอีก ก็ต้องกระดาษมีกลิ่นหอม อันนี้มีราคาหน่อย


ส่วนใครงบน้อยก็นี่เลย แป้งฝุ่นกลิ่นอ่อน ๆ โรยใส่ซองจดหมายนิดหน่อย ไม่ก็เอาลูบ ๆ กระดาษจดหมาย


ตัวหนังสือที่เขียนจดหมายนี่ จะแตกต่างสิ้นเชิงกับสมุดเรียน หัวโต ๆ ตัวผอม ๆ ไม่ก็ตัวอ้วน ๆ ไม่ค่อยมีลายมือหวัด ๆ เท่าไหร่ อันนั้นไม่โรแมนติค

ส่วนกระดาษที่เขียนเสร็จแล้วก็ต้องพับใส่ซอง ใครพับสองทบนี่เชยมาก

ต้องพับเป็นรูป ?











หัวใจ ถั่วต้มแล้วครับ แกะยากมาก แต่เห็นความพยายามแล้วก็ โอเคนะ ถึงมันจะไม่ค่อยเหมือนกันเถอะ



สแตมป์ไม่ค่อยมีให้เลือกมากนัก สมัยนั้นก็คงดวงละบาทห้าสิบตังค์ เป็นรูปในหลวงในฉลองพระองค์สีแดงกับหมวกทรงสูง




ต้องเลียสแตมป์แผล็บ ๆ กับซอง เลียกันจนลิ้นเหนียวอ่ะ


สามวันถึง เจ็ดวันถึง แล้วแต่ว่าในจังหวัดหรือต่างจังหวัด

สมัยนั้นไปรษณีย์ไม่ค่อยทำจดหมายหายเท่าไหร่ ไม่บ่อยเหมือนสมัยนี้



ส่งวันนี้ พรุ่งนี้ทะเลาะกัน เลิกกัน มะเรื่องได้จดหมาย ฝ่ายสาวถึงกับงงว่ามึงจะเอายังไงกับกู 555+

Comment

Comment:

Tweet